ดะไซฟุเท็มมังงู

สึงาวาระโนะมิจิซาเนะ (Sugawaranomichizane) เป็นนักปราชญ์ นักกวี และนักการเมืองผู้ปราชญ์เปรื่อยในตระกูลสมัยเฮอัน ทว่าเขานั้นได้ถูกลดขั้นจากเกียวโตและมาอาศัยจนถึงบั้นปลายชีวิตในแถบนี้ เนื่องจากเป็นผู้ที่ปราชญ์เปรื่องด้านการเรียนรู้ทำให้เขานั้นถูกเคารพในฐานะ "เทพเจ้าด้านการเรียนรู้" ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีผู้คนมาขอพรด้านการเรียนมากมายถึง 7 ล้านคนต่อปี ถือเป็นศาลเจ้าที่มีผู้เข้าสอบมาขอพรเป็นจำนวนมากทีเดียว อุโบสถหลักที่สร้างขึ้นบนหลุมศพของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1591 ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีเป็นที่ดูดอกไม้ชื่อดังที่มีต้นบ๊วยกว่า 6000 ต้น รวนมถึงเขตในวัดนั้นกว้างใหญ่สามารถชมดอกไม้ได้ทุกฤดูอีกด้วย

ที่อยู่
4-7-1 Saifu, Dazaifu-shi, Fukuoka 818-0117
การเดินทาง
จากสถานี Dazaifu สาย Nishitetsu เดิน 5 นาที
Opening Hours / Holidays
6:00-20:00 (อาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา)
Official Website
https://www.dazaifutenmangu.or.jp/en/
Time Required
30 นาที
ค่าเข้า
ไม่มี

※ ข้อมูลบางส่วนนั้นใช้โปรแกรมแปลภาษาของ Google จึงทำให้บางส่วนเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ
หรืออาจมีเนื้อหาไม่สมบูรณ์ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลสป็อตการท่องเที่ยวล่าสุดได้ที่หน้าหลักของเว็บไซต์

"สึงาวาระโนะมิจิซาเนะ" เทพเจ้าด้านการเรียนรู้

สึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านการเรียนรู้ ทั้งที่ได้รับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อแต่ก็ก็ยังทุ่มเทความสามารถของตนเองตลอดชีวิต ถือเป็นนักปราชญ์และนักการเมืองที่มีความสามารถมากทีเดียว เนื่องจากถูกยกย่องให้เป็น "เทพเจ้าด้านการเรียนรู้" รวมถึง "เทพเจ้าด้านการอุทศตน" ทำให้มีผู้มาขอพรโดยเฉพาะด้านการเรียนมากมาย อีกทั้งป้ายขอพร "เอมะ" นั้นก็มากมายจนนับไม่หมดเลยทีเดียว

อุโบสถหลักฮงเด็น

อุโบสถหลักนั้นได้รับการสร้างใหม่ขึ้นในปี 1591 ใช้เวลาสร้าง 5 ปี ถูกจดทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยอุโบสถหลักนี้ตั้งอยู่บนสุสานของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะ อุโบสถหลักนี้สามารถถ่ายทอดสถาปัตยกรรมสมัยโมโมยามะที่สวยงามได้เป็นอย่างดี จนไม่นึกเลยว่าจะผ่านมาแล้วถึง 400 ปี

สะพานโกะชิงเคียวที่พาดผ่านสระน้ำชินจิอิเคะ

สะพานโกะชิงเคียวสีแดงทั้งสามนั้นพาดผ่าน "สระน้ำชินจิอิเคะ" ที่มีโมเดลมาจากคันจิของอักษร "โคโคโระ (ใจ)" โดยเป็นสะพานที่แสดงถึงวิถีพุทธที่ชื่อว่า "ซันเซอิจิเน็น" ซึ่งสะพานไทโกะบาชิด้านหน้าหมายถึง "อดีต" สะพานฮิราบาชิตรงกลางนั้นหมายถึง "ปัจจุบัน" ส่วนสะพานไทโกะบาชิอันสุดท้ายนั้นหมายถึง "อนาคต" ซึ่งเป็นการชำระล้างร่างกายสำหรับผู้ที่มาสักการะก่อนที่จะไปยังอุโบสถหลักนั่นเอง

องคามิอุชิ

วัวทำจากหินที่อยู่ในเขตวัดนั่นคือ "องคามิอุชิ" เชื่อกันว่าหากลูบหัววัวนั้นจะทำให้หัวดีขึ้น ทั้งนี้สึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับวัวอีกด้วย กล่าวกันว่าวัวที่ขนศพของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นได้จอดลงยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัวในด้านของทิศทางญี่ปุ่น ซึ่งศาลเจ้าดาไซฟุก็ได้ถูกสร้างขึ้นยังที่แห่งนั้นอีกด้วย

อุเมะงะเอะโมจิ

ที่ศาลเจ้าดาไซฟุนั้นมีอาหารขึ้นชื่อนั่นก็คือ "อุเมะงะเอะโมจิ" โดยมีลักษณะเด่นคือเปลือกที่กรอบและใส้ถั่วแดงด้านในที่ร้อนและหวานอร่อย โดยระหว่างทางไปวัดนั้นมีร้านขาย "อุเมะงะเอะโมจิ" หลายร้านทีเดียวซึ่งรสชาติจะต่างกันเล็กน้อยในแต่ละร้าน สามารถทดลองทานเปรียบเทียบกันได้

ดะไซฟุเท็มมังงู

สึงาวาระโนะมิจิซาเนะ (Sugawaranomichizane) เป็นนักปราชญ์ นักกวี และนักการเมืองผู้ปราชญ์เปรื่อยในตระกูลสมัยเฮอัน ทว่าเขานั้นได้ถูกลดขั้นจากเกียวโตและมาอาศัยจนถึงบั้นปลายชีวิตในแถบนี้ เนื่องจากเป็นผู้ที่ปราชญ์เปรื่องด้านการเรียนรู้ทำให้เขานั้นถูกเคารพในฐานะ "เทพเจ้าด้านการเรียนรู้" ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีผู้คนมาขอพรด้านการเรียนมากมายถึง 7 ล้านคนต่อปี ถือเป็นศาลเจ้าที่มีผู้เข้าสอบมาขอพรเป็นจำนวนมากทีเดียว อุโบสถหลักที่สร้างขึ้นบนหลุมศพของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1591 ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีเป็นที่ดูดอกไม้ชื่อดังที่มีต้นบ๊วยกว่า 6000 ต้น รวนมถึงเขตในวัดนั้นกว้างใหญ่สามารถชมดอกไม้ได้ทุกฤดูอีกด้วย

※ ข้อมูลบางส่วนนั้นใช้โปรแกรมแปลภาษาของ Google จึงทำให้บางส่วนเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ
หรืออาจมีเนื้อหาไม่สมบูรณ์ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลสป็อตการท่องเที่ยวล่าสุดได้ที่หน้าหลักของเว็บไซต์

"สึงาวาระโนะมิจิซาเนะ" เทพเจ้าด้านการเรียนรู้

สึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านการเรียนรู้ ทั้งที่ได้รับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อแต่ก็ก็ยังทุ่มเทความสามารถของตนเองตลอดชีวิต ถือเป็นนักปราชญ์และนักการเมืองที่มีความสามารถมากทีเดียว เนื่องจากถูกยกย่องให้เป็น "เทพเจ้าด้านการเรียนรู้" รวมถึง "เทพเจ้าด้านการอุทศตน" ทำให้มีผู้มาขอพรโดยเฉพาะด้านการเรียนมากมาย อีกทั้งป้ายขอพร "เอมะ" นั้นก็มากมายจนนับไม่หมดเลยทีเดียว

อุโบสถหลักฮงเด็น

อุโบสถหลักนั้นได้รับการสร้างใหม่ขึ้นในปี 1591 ใช้เวลาสร้าง 5 ปี ถูกจดทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยอุโบสถหลักนี้ตั้งอยู่บนสุสานของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะ อุโบสถหลักนี้สามารถถ่ายทอดสถาปัตยกรรมสมัยโมโมยามะที่สวยงามได้เป็นอย่างดี จนไม่นึกเลยว่าจะผ่านมาแล้วถึง 400 ปี

สะพานโกะชิงเคียวที่พาดผ่านสระน้ำชินจิอิเคะ

สะพานโกะชิงเคียวสีแดงทั้งสามนั้นพาดผ่าน "สระน้ำชินจิอิเคะ" ที่มีโมเดลมาจากคันจิของอักษร "โคโคโระ (ใจ)" โดยเป็นสะพานที่แสดงถึงวิถีพุทธที่ชื่อว่า "ซันเซอิจิเน็น" ซึ่งสะพานไทโกะบาชิด้านหน้าหมายถึง "อดีต" สะพานฮิราบาชิตรงกลางนั้นหมายถึง "ปัจจุบัน" ส่วนสะพานไทโกะบาชิอันสุดท้ายนั้นหมายถึง "อนาคต" ซึ่งเป็นการชำระล้างร่างกายสำหรับผู้ที่มาสักการะก่อนที่จะไปยังอุโบสถหลักนั่นเอง

องคามิอุชิ

วัวทำจากหินที่อยู่ในเขตวัดนั่นคือ "องคามิอุชิ" เชื่อกันว่าหากลูบหัววัวนั้นจะทำให้หัวดีขึ้น ทั้งนี้สึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับวัวอีกด้วย กล่าวกันว่าวัวที่ขนศพของสึงาวาระโนะมิจิซาเนะนั้นได้จอดลงยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัวในด้านของทิศทางญี่ปุ่น ซึ่งศาลเจ้าดาไซฟุก็ได้ถูกสร้างขึ้นยังที่แห่งนั้นอีกด้วย

อุเมะงะเอะโมจิ

ที่ศาลเจ้าดาไซฟุนั้นมีอาหารขึ้นชื่อนั่นก็คือ "อุเมะงะเอะโมจิ" โดยมีลักษณะเด่นคือเปลือกที่กรอบและใส้ถั่วแดงด้านในที่ร้อนและหวานอร่อย โดยระหว่างทางไปวัดนั้นมีร้านขาย "อุเมะงะเอะโมจิ" หลายร้านทีเดียวซึ่งรสชาติจะต่างกันเล็กน้อยในแต่ละร้าน สามารถทดลองทานเปรียบเทียบกันได้

จองได้ที่นี่!

ดูเพิ่มเติม